Saying “No” to PFC Since 2009


 Saying “No” to PFC Since 2009

ในปี ค.ศ. 2025 ที่จะถึงนี้ รัฐแคริฟอเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ประกาศบังคับใช้กฎหมายควบคุมระงับการขายสินค้าที่มีสาร เพอฟลูโอโรคาร์บอน (PFCs) ในกระบวนการผลิต

Fjallraven ในฐานะของแบรนด์ที่สนับสนุนการใช้ชีวิตในธรรมชาติอย่างยั่งยืน เราประกาศยุติการใช้สาร เพอฟลูโอโรคาร์บอน (PFCs) มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 นับสิบปีก่อนที่จะมีการออกกฎหมายควบคุมเสียอีก

 

PFC Free คืออะไร ทำไมจึงสำคัญ

สารประกอบ PFOS และ PFOA เป็นที่รู้จักกันในชื่อสารเคมีกลุ่ม perfluorinated (PFCs) สารประกอบเหล่านี้เป็นสารเคมีที่ใช้เป็นสารเคลือบป้องกันในอุตสาหกรรมสิ่งทอ พรม และกระดาษ จะมีคุณสมบัติกันน้ำและน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลิตภัณฑ์สิ่งทอ โดยจะใช้งานสารกลุ่มนี้ในกระบวนการผลิตส่ิงทอที่ไม่ต้องการให้เกิดการซึมของ ของเหลวหรืออนุภาคใดๆ ทำให้สิ่งสกปรกที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้นไม่สามารถที่จะเกาะติดบนวัสดุนั้น และทำให้วัสดุสิ่งทอนั้นๆ สามารถต้านสิ่งสกปรก น้ำ หรือน้ำมันได้ดีเยี่ยมที่สุด แต่ข้อดีของคุณสมบัติทางกายภาพเหล่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับข้อเสียทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากคุณสมบัติที่ไม่ยอมให้ของเหลวหรือตัวกลางใดๆ เข้าไปแทรกซึมได้ ทำให้สารชนิดนี้ย่อยสลายได้ยาก

 

ในปัจจุบันมีผลงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า เมื่อปล่อยสาร PFCs ออกสู่สิ่งแวดล้อม สารเคมีเหล่านี้จะใช้เวลาในการสลายตัวยาวนานมาก สารเคมีสามารถปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายปีหลังจากถูกปล่อยลงสู่ธรรมชาติ PFCs ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้สวมใส่เสื้อผ้าและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ขั้นตอนกระบวนการผลิตไปจนขั้นตอนการซักล้าง ที่อาจชำระล้างสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำ ณ ปัจจุบัน สาร PFCs ถูกสะสมอยู่ในสิ่งแวดล้อมจนสามารถวัดค่าได้ทั้งในหิมะ ธารน้ำแข็ง และแหล่งน้ำทั่วโลก สารประกอบเหล่านี้ ไม่ได้มีอยู่เพียงแค่ในวัสดุกันน้ำเท่านั้น แต่ยังแฝงอยู่ใน เสื้อยืด, ครีมกันแดด, ชุดว่ายน้ำ หรือแม้กระทั่งถุงเท้า

 

นอกจากปัญหาเรื่องการย่อยสลายแล้ว ด้วยคุณสมบัติที่สามารถแทรกซึมเข้าสู่ไขมันได้ดี ทำให้เมื่อสวมใส่สิ่งทอที่มีสารชนิดนี้ สารชนิดนี้ก็อาจสะสมในชั้นไขมันในร่างกายได้ และไขมันที่อยู่ในร่างกายจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ตับซึ่งเป็นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการย่อยไขมันในร่างกาย อีกทั้งยังมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนบางประเภทในร่างกาย ทำให้สารเคมีนี้มีอันตรายต่อระบบฮอร์โมน เป็นสารก่อมะเร็ง อันตรายต่อระบบสืบพันธุ์ และนำไปสู่ปัญหาโรคเรื้อรังโดยเฉพาะในเด็กได้

Without nature we are nothing

ในปี ค.ศ. 2008 Donna Buns (Global Product Director) ตระหนักถึงผลกระทบอันใหญ่หลวงของสารประกบ PFCs จึงนำเรื่องราวไปปรึกษากับ Martin Axelhed (CEO) หลังจากที่เข้าใจถึงปัญหา Martin กล่าวว่า เราไม่สามารถทนอยู่กับผลกระทบเหล่านี้ได้ จึงกำหนดทิศทางของบริษัท และตั้งเป้าหมายระยะไกล ว่าผลิตภัณฑ์ของ Fjällräven จะต้องปลอดการใช้งานของสารประกอบ PFCs ไม่ใช่เพียงแค่ที่สินค้าพร้อมขาย แต่ต้องปราศจากสารดังกล่าวทั้งสายการผลิต และส่วนประกอบทุกชิ้น

แน่นอนว่าเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ สำเร็จไม่ได้ภายในข้ามคืน ทั้งหมดต้องมีการวางแผนและอาศัยเวลา พร้อมความแน่วแน่ในจุดยืน ในเวลานั้นมีหลายคำถามจากโรงงานซัพพลายเออร์ที่เราใช้อยู่ว่า “เฮ้ย! คุณเล่นอะไร?” “เหตุใดถึงต้องมาทำในตอนนี้? แบรนด์อื่นยังไม่เห็นสนใจเลย” มาถึงวันนี้ต้องขอบคุณ เหล่าโรงงานผลิตที่เชื่อใจในอุดมการณ์ และร่วมพัฒนาการผลิตกับเราจนถึงทุกวันนี้

 

เราค่อยๆ ปรับขั้นตอนการผลิตเรื่อยมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 จน ถึง ปี ค.ศ. 2021 ที่เสื้อผ้าของเราปราศจากสารประกอบ PFCs ยกตัวอย่างเช่น เนื้อผ้า G-1000 ที่เป็นพระเอกของเรา ดั้งเดิมเนื้อผ้านี้จะผสมเส้นใย 2 ชนิด เข้าด้วยกันคือ เส้นใยโพลีเอสเตอร์และค้อตตอน เผื่อให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เราปรับให้ใช้เส้นใย รีไซเคิ้ลโพลีเอสเตอร์และค้อตตอนธรรมชาติ และตั้งชื่อว่า เนื้อผ้า G-1000 Eco เริ่มแรกเราใช้เนื้อผ้านี้ที่กางเกงรุ่น Keb Trousers ภายหลังเนื้อผ้า G-1000 ทั้งหมดจะใช้วัตถุดิบธรรมชาติหรือที่ผ่านการรีไซเคิ้ลมาแล้วเท่านั้น ถึงแม้จะไม่มีคำว่า Eco ต่อท้ายก็ตาม เช่น เนื้อผ้าที่ออกมาใหม่ เนื้อผ้า G-1000 Air Stretch

 

 

อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ วัสดุ Eco-Shell ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2012 เป็นวัสดุที่ผลิตจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ประกบกับหลายชั้น ชั้นนอกสุดผลิตจากเส้นใยรีไซเคิ้ลโพลีเอสเตอร์ และเคลือบด้วยสารกันน้ำ PFC-free DWR (Durable Water Repellent) ซึ่งที่ชั้นนอกจะทำหน้าที่กันไม่ให้น้ำซึมผ่าน ขณะที่ด้านในสามารถดูดซับความชื้นขับที่ออกมาจากร่างกายได้ แต่ถ้าจะให้วัสดุทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ผู้ใช้งานต้องพ่นสารเคลือบ PFC-free DWR ลงไปเพิ่มหลังจากที่ใช้งานไปแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก ในยุคนั้น ที่คนซื้อเสื้อกันฝนไป แต่ยังต้องพ่นสารเคลือบเองอีก แต่เราก็สื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจถึงสิ่งที่เราพยายามทำ ผลลัพท์ดีเกินคาด ลูกค้ารู้สึกดีที่ได้ดูแลรักษาเสื้อได้ด้วยตัวเอง และเป็นส่วนหนึ่งของอุดมการณ์นี้

“If something is the right thing to do, you do it”

ย้อนกลับมาถึงประเด็นข้อกฎหมายที่กำลังจะประกาศบังคับใช้กฎหมายควบคุมระงับการขายสินค้าที่มีสาร เพอฟลูโอโรคาร์บอน (PFCs) ในกระบวนการผลิต ที่รัฐแคริฟอเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ในแง่ของธรรมชาติ นี่คือสิ่งดี ที่เราสามารถทำได้เพื่อความยั่งยืน ในด้านธุรกิจ ก็เป็นเรื่องท้าทายสำหรับหลายๆ แบรนด์ที่ต้องปรับการผลิตในเวลาอันสั้น สำหรับพวกเรา Fjälläven เราตื่นตัวกับสิ่งเหล่านี้มาก่อนนับสิบปี ทำให้เรามีเวลาพอที่จะตกตะกอนสายการผลิต จนพบสิ่งที่เหมาะสมและลงตัว สิ่งที่ขับเคลื่อนอุดมการณ์ของเราคือความยั่งยืน ไม่ใช่การบังคับใช้ของกฎหมาย แม้ว่าเส้นทางที่เราเลือกเดินอาจมีขวากหนามก็ตาม ดั่งที่ Donna Bruns ได้กล่าวไว้ “นี่คือเส้นทางที่ใช่ ถ้ามันต้องลุย ก็ต้องลุยให้เต็มที่”