FAQ-TH

FAQ – Frequently Asked Questions

ท่านสามารถเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง โดยสามารถตรวจสอบการเดินทางได้ที่ http://fjallraventhailand.com/travel-information-th
เดินทางโดยรถยนต์จากท่าสนามบินจังหวัดเชียงใหม่ไป รร. Riverhouse Resort ที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีระยะห่างประมาณ 200 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3:30 – 4:30 ชม.
เราขอแนะนำว่าท่านควรวางแผนเดินทางมาถึงแม่สะเรียงก่อนวันเริ่มออกเดิน อย่างน้อย 1 วัน เช่นหากเริ่มเดินวันที่ 11 มกราคม ควรจะไปถึงจุดลงทะเบียนที่อำเภอแม่สะเรียงตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม เพื่อปรับตัวให้พร้อมกับการเดินป่าในวันรุ่งขึ้น แม่สะเรียงเป็นเมืองเล็กๆที่สวยงาม, อาหารอร่อย และมีที่เที่ยวมากมาย
เส้นทาง Fjallraven Thailand Trail ใช้เวลา 4 วัน และช่วงเวลาเดินทาง ไป-กลับ อีกอย่างล่ะ 1 วัน จึงควรมีเวลาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อย่างน้อย 6 วัน
เส้นทางนี้ทุกคนสามารถเดินได้ หากทุกท่านมีการเตรียมตัวที่ดี ก็สามารถมีความสุขกับเส้นทางได้โดยไม่ต้องอาศัยประสบการณ์แรมปี บางช่วงของเส้นทางอาจจะยาวไกล และสูงชัน ขอเพียงมีกำลังกายและกำลังใจที่แข็งแกร่ง นอกจากนั้นผู้ร่วมเดิน ควรมีความพร้อมและความมั่นใจที่จะสามารถแบกสัมภาระส่วนตัวของตัวเองได้
ทุกคนจะได้รับแผนที่ ที่มีความละเอียดครอบคลุมเพียงพอ และเส้นทางจะมีเครื่องหมายกำกับเป็นระยะ เส้นทางส่วนใหญ่จะเดินอยู่บนสันเขาที่ค่อนข้างชัดเจน
แผนการเดิน จะเดินเป็นกลุ่ม กลุ่มล่ะ 10 คน โดยมีชาวบ้านที่ชำนาญเส้นทาง 2 คนเป็นผู้นำทาง และมีทีมงานจาก ThailandOutdoor หนึ่งคนเป็นผู้ช่วยดูแล
หากทุกท่านปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ทุกท่านก็สามารถเดินเส้นทางนี้จบได้อย่างปลอดภัย
ในแต่ล่ะวันทุกคนต้องเดินให้ถึงจุด Checkpoint เพื่อตั้งแค้มป์ หากท่านเดินช้ากว่ากลุ่ม จะมีทีมงานดูแลคอยเดินเป็นเพื่อนจนถึงที่หมาย
ผู้ร่วมเดินทุกคนสามารถกางเต๊นท์ได้ในพื้นที่ที่กำหนดไว้ใกล้จุด Checkpoint เท่านั้น
ไม่อนุญาตให้กางเต๊นท์นอกจากบริเวณที่กำหนดไว้
ใช่ ทุกท่านจะหยุดพักที่ checkpoint และต้องนำ Hiking pass ไปให้เจ้าหน้าที่ Checkpoint ประทับตราและบันทึกเวลา เพื่อความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทาง ที่ทางทีมงานจะได้ทราบและติดตามการเดินทางของท่านได้
มีห้องน้ำเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ Checkpoint 3 และ 4 ส่วนในเทรลท่านสามารถใช้ห้องน้ำตามธรรมชาติได้ตามต้องการภายใต้หลักการ Leave no trace
3 วันแรก ท่านจะไม่ได้เดินผ่านแหล่งน้ำตามธรรมชาติเลย แต่จะมีน้ำดื่มจัดไว้ให้อย่างเพียงพอที่จุด Checkpoint ทุกจุด
ที่ทุกจุด Checkpoint มีน้ำเพียงพอสำหรับดื่มและเตรียมอาหาร ส่วนระหว่างวันทุกท่านควรเตรียมภาชนะใส่น้ำมาให้เพียงพอกับความต้องการ โดยค่าเฉลี่ยน้ำปริมาณ 3 ลิตร/คน เพียงพอต่อการเดินระหว่าง Checkpoint
ไม่แนะนำให้ดื่มน้ำในธรรมชาติที่ปราศจากการกรองหรือฆ่าเชื้อโดยตรง น้ำที่ดื่มควรผ่านการกรองหรือกรรมวิธีฆ่าเชื้อเสียก่อน
ทุกท่านต้องเตรียมอาหารเองทุกมื้อ แต่เพื่อความสะดวกและการจัดกระเป๋าให้น้ำหนักเบาลง การเตรียมอาหาร Freeze-dried food ไป เป็นทางเลือกที่ง่ายและสะดวกที่สุด
การนำไม้เท้าเดินป่าติดไปด้วยเป็นความคิดที่ดี ช่วยให้กระจายการใช้งานของกล้ามเนื้อระหว่างทางเดินลาดชัน ทั้งขึ้นและลงเขา
สัญญาณโทรศัพท์มีเฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น
มีจุดปฐมพยาบาลที่ Checkpoint 2 และ 3 พร้อมแพทย์สนามดูแลระหว่างเส้นทาง
ทางผู้จัดงานขอสงวนสิทธิไม่อนุญาตให้นำสุนัขเข้าร่วมเดินไปด้วย
ในช่วงกลางเดือนมกราคม บนเส้นทางที่เราเดินมีระดับความสูงกว่า 1,000 ม. ทำให้มีอากาศเย็นสบาย เหมาะกับการเดินป่า อุณหภูมิบนเส้นทางปรกติประมาณ 20-25 องศาในเวลากลางวัน (แต่แดดแรง จึงควรเตรียมหมวกไปด้วย) และ อาจจะลดต่ำกว่า 10 องศาในเวลากลางคืน
พระอาทิตย์ขึ้นเวลาประมาณ 6:00 น. และตกประมาณ 18:00 น.
• เป้ขนาด 45-65 ลิตร • เต๊นท์หรือเชลเตอร์ที่สามารถกันลมกันฝนได้ • แก้วน้ำ, ชาม, ช้อน, หม้อ, เตาและเชื้อเพลิง* • ขวดน้ำดื่ม หรือถุงใส่น้ำดื่มรวมแล้ว 3 ลิตรขึ้นไป • เครื่องนอนที่ให้ความอบอุ่น เช่นแผ่นรองนอน, ถุงนอน, ผ้าห่ม • ไฟฉายคาดหัว • เครื่องกรองน้ำ • แผนที่ • เข็มทิศ* (magnetic) • ถุงขยะ • เสื้อผ้าสำรอง • เสื้อแจ๊คเก็ตกันลมกันฝน, เสื้อกันหนาว • หมวกกันแดด • อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น • ยาประจำตัว * มีเชื้อเพลิง (แก๊สกระป๋อง) บริการให้ทุกท่านที่จุดลงทะเบียน
จุดตั้งแคมป์ในวันที่ 4 (เส้นชัย) จะมีแม่น้ำอยู่ด้านหลังแคมป์ ทุกคนสามารถอาบน้ำหรือลงเล่นน้ำได้ โดยเตรียมชุดลำลอง เช่น กางเกงขาสั้นมาเพื่อใส่เล่นน้ำ

More information please contact : Trail@fjallraventhailand.com