Behind “The Trail” (TH)

The Trail

Event & Registration Information

Open to register on 15th Nov

ภาพโดย นัท สุมนเตมีย์

เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน ลุ่มน้ำแม่เงานั้นเป็นราวกับหมู่บ้านในนิทาน ดินแดนที่ผู้คนล้วนอาศัยอยู่กับธรรมชาติเป็นหนึ่งเดียว ชาวกระเหรี่ยงทำนาในที่ราบรอบๆหมู่บ้านแค่เพียงให้มีข้าวพอกินทั้งปี อาหารสดหาได้รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นปลาที่มีเต็มแม่น้ำ, ผักชายป่าที่มีให้เก็บกินได้ตลอดปี หรือเนื้อที่หามาแบ่งปันกัน ดูเสมือนว่าเงินไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็น

มีพืชพันธุ์และของอื่นเพียงส่วนน้อยเช่นงา, ถั่วดิน, น้ำผึ้งที่เพาะปลูกหรือเก็บหาไว้เพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งของจำเป็นเช่นเกลือ เสื้อผ้า และของใช้อื่นๆ เนื่องจากไม่มีถนนชาวบ้านจึงต้องต่อแพขนของเหล่านี้ล่องตามน้ำ 40-50 กิโลเมตรออกไปขายยังหมู่บ้านที่อยู่ติดถนน

ชีวิตที่นี่เรียบง่ายและเต็มไปด้วยความสุข แม้จะห่างจากคำว่าสะดวกสบาย

ถ้าชีวิตจริงเป็นดั่งนิทานเราก็คงปิดท้ายเรื่องว่า “พวกเขาก็มีชีวิตอยู่ด้วยความสุขตลอดกาลนาน” แม้เราจะหวังให้มันเป็นเช่นนั้น แต่ก็คงต้องยอมรับกันว่าคงจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ถนนถูกสร้างขึ้น คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความเจริญ” ที่เข้ามาถึงช่วยให้ชาวบ้านสะดวกสบายขึ้นมาก แต่ขณะเดียวกันก็เปลี่ยนวิถีชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล วิธีการใหม่ๆถูกนำเข้ามา เงินที่ชาวกระเหรี่ยงไม่เคยมี กลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิต ป่ารอบตัวถูกเปลี่ยนเป็นไร่ข้าวโพดที่เข้ามาพร้อมกับการเกษตรสมัยใหม่เพื่อเพิ่มผลผลิต หรือในอีกความหมายหนึ่ง ทำเงินได้เร็วขึ้น

ป่าที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเป็นแหล่งอาหารหล่อเลี้ยงชีวิตเริ่มหดหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อปราศจากต้นไม้คลุมดิน น้ำฝนก็ไหลชะหน้าดินลงไปสู่แม่น้ำ แม่น้ำที่เคยใสเหมือนกระจกก็เริ่มขุ่นข้น พื้นของลำน้ำที่เคยเป็นกรวดและหินซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของแมลงในน้ำก็เริ่มถูกปิดถมด้วยโคลน เมื่อแมลงในน้ำที่เป็นอาหารหลักของปลาเริ่มลดลงก็ส่งผลโดยตรงต่อความสมบูรณ์และจำนวนของปลาในลำน้ำเงา

เพียงไม่กี่ปีที่ถูกน้ำชะ ผืนดินก็หมดความสมบูรณ์ การปลูกข้าวโพดไม่ได้ผลอีกต่อไป ชาวบ้านไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากที่จะถางป่าลึกเข้าไปเพื่อปลูกข้าวโพดอีกครั้งในฤดูต่อไป

พื้นที่แห่งนี้ถูกวางแผนที่จะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติมาเป็นเวลาเกือบ 20 ปี แต่ยังคงชะงักงันอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งบนพื้นที่ทับซ้อนระหว่างพื้นที่อุทยานและพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ในขณะที่การหดหายไปของป่าเกิดขึ้นเร็วขึ้นเรื่อยๆมากกว่าที่เคยเป็นมา

แต่ยังไม่สิ้นหวังเสียทีเดียว ความหวังที่จะทำให้คนสามารถอยู่กับป่าได้ยั่งยืนอีกครั้งยังคงมีจากการทำงานของโครงการพัฒนาป่าไม้ ตามแนวพระราชดำริ ที่พยายามสร้างทางเลือกในการทำกินร่วมกับป่า หลายโครงการเช่น การปลูกบุก ปลูกกาแฟใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ในป่า หรือการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นตัวอย่างของแนวทางที่จะสร้างรายได้ให้ชาวบ้านจากการคงอยู่ของป่า

กิจกรรมเดินป่า Fjallraven Thailand Trail เป็นหนึ่งในโครงการที่จะใช้การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เขามาสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องให้กับชาวบ้าน

ด้วยการฟื้นฟูเส้นทางและนำนักเดินป่าเข้ามาเดินบนสันเขาที่งดงามไปด้วยธรรมชาติซึ่งเป็นต้นน้ำที่สำคัญของลำน้ำเงาแห่งนี้ เราตั้งความหวังว่าผู้คนจากในเมืองจะเห็นด้วยตาและเข้าใจด้วยหัวใจของเขาเองถึงความสำคัญของป่าที่มีผลต่อแม่น้ำและส่งผลไปจนถึงชีวิตทุกคนที่ปลายน้ำแม้จะอยู่ในเมืองใหญ่

ในขณะเดียวกัน เราต้องการทำตัวอย่างให้ชาวบ้านที่อยู่กับป่าได้เห็นว่าป่าที่พวกเขารักษาไว้จะสามารถสร้าง”ประโยชน์” ที่จับต้องได้ ใช้เลี้ยงครอบครัวได้ให้กับพวกเขาโดยตรง และหวังว่าในเวลาอันใกล้นี้ ชาวบ้านจะเห็นแนวทางที่จะอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน และเร่ิมปกป้องรักษาป่าที่ยังเหลืออยู่ให้เหมือนทรัพย์สินที่มีค่าของพวกเขา

Fjallraven Thailand Trail จัดขึ้นโดยการร่วมมือกันของชาวบ้านในตำบลแม่สวดและโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ บ้านจือทะ-สบโขง โดยได้รับการสนับสนุนจาก Fjallraven Brand เงินรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วจะจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อใช้ในการพัฒนาเส้นทางเดินป่าและการท่องเที่ยวของตำบลแม่สวด

กลับสู่หน้าหลักของ Fjallraven Thailand Trail